หน้าแรก ภูมิภาค กสม.ย้ำไม่ก้า...

กสม.ย้ำไม่ก้าวล่วง คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ปมรื้อ 15 อาคาร รุกล้ำชายหาดหัวหิน

22.10.26 | 18:02 น.

กสม.ย้ำไม่ก้าวล่วง คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ปมรื้อ 15 อาคาร รุกล้ำชายหาดหัวหิน ชี้ตรวจสอบเฉพาะขั้นตอนคุ้มครองสิทธิประชาชน

 

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ห้องประชุมนเรศดำริห์ สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อมคณะ ประชุมรับฟังข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีประชาชน 19 ราย ร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากคำสั่งรื้อถอนอาคารของเทศบาลนครหัวหิน และการให้ย้ายออกจากที่ดินซึ่งอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในที่ดินมานาน พื้นที่บริเวณสะพานปลาหัวหินถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม ถนนนเรศดำริห์ ซึ่งเทศบาลนครหัวหินเตรียมดำเนินการรื้อถอนอาคารรุกล้ำพื้นที่สาธารณะจำนวน 15 หลัง ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด


การประชุมครั้งนี้มีพันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน ตำรวจภูธรหัวหิน สำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สาขาหัวหิน สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาประจวบคีรีขันธ์ ผู้ร้องและประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง

โดยก่อนเริ่มประชุม กสม.ได้ขอให้สื่อมวลชนและประชาชนบางส่วนออกจากห้องประชุม พร้อมงดถ่ายทอดสด เนื่องจากมีการสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่อาจกระทบต่อสิทธิของผู้ร้อง

Advertisement

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมได้มีตัวแทนชาวหัวหินยื่นหนังสือแก่ กสม.ร้องขอให้มีการรื้อถอนอาคารตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนควรใช้ร่วมกัน พร้อมแนบรายชื่อชาวบ้านที่เห็นด้วยกับการรื้อถอนดังกล่าว จำนวนเกือบ 1,000 รายชื่อ

นางสาวศยามล เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า กสม.ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่รับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย โดยก่อนหน้านี้คณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพพื้นที่จริงและหารือกับกลุ่มผู้ร้อง ก่อนประชุมรับฟังข้อมูลจากเทศบาลนครหัวหินและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในวันนี้

จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีประชาชนร้องเรียน 19 ราย โดยมี 15 หลังคาเรือนอยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์สิทธิในการครอบครองที่ดินในศาลอุทธรณ์ภาค 7 และมีผู้ร้อง 9 รายที่อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง

นางสาวศยามล กล่าวว่า กสม.ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบหรือวินิจฉัยซ้ำในประเด็นสิทธิการครอบครองที่ดินของรัฐและคำสั่งรื้อถอนอาคารที่ศาลมีคำวินิจฉัยแล้ว เนื่องจากต้องเป็นไปตามหลักการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ระหว่างองค์กรอิสระกับศาล โดยผู้ร้องบางส่วนได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกระบวนการทางกฎหมายแล้ว

นางสาวศยามล กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม กสม.ยังมีอำนาจตรวจสอบในมิติการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะขั้นตอนการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐภายหลังมีคำสั่งศาล เช่น การแจ้งเตือนเป็นหนังสือ การติดประกาศ และการแจ้งให้ผู้ได้รับผลกระทบทราบถึงขั้นตอนดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการดำเนินการก่อนและระหว่างการรื้อถอนว่าเป็นไปตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องหรือไม่

นางสาวศยามล กล่าวว่า ทั้งนี้ กสม.จะนำข้อมูลจากเทศบาลนครหัวหินและสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาประจวบคีรีขันธ์ไปประกอบการตรวจสอบ พร้อมพิจารณาว่ากระบวนการดำเนินงานมีมาตรการคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างเหมาะสมหรือไม่ โดยเน้นการปรึกษาหารือระหว่างหน่วยงานรัฐกับผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจขั้นตอนตามกฎหมาย รวมถึงแนวทางเยียวยาที่เกี่ยวข้อง

นางสาวศยามล กล่าวว่า นอกจากนี้ กสม.ยังให้ความสำคัญกับแผนการพัฒนาพื้นที่ภายหลังการรื้อถอน เนื่องจากเป็นพื้นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่เป็นชายหาดทะเล ตามที่ศาลวินิจฉัยไว้ จึงควรพิจารณาแนวทางใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนโดยทั่วไป ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้ได้รับผลกระทบ โดยไม่เข้าไปวินิจฉัยประเด็นสิทธิในที่ดินที่อยู่ในกระบวนการของศาล

“ในส่วนของเทศบาลนครหัวหิน สามารถดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดต่อไป โดย กสม.จะไม่ก้าวล่วงคำสั่งของศาลปกครอง” นางสาวศยามลกล่าว

ด้านพันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้เป็นการให้ข้อมูลตามกระบวนการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงการดำเนินงานตามขั้นตอนของกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งจากข้อมูลที่จังหวัดติดตามมา ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีหน่วยงานใดดำเนินการไม่ถูกต้องหรือฝ่าฝืนระเบียบแบบแผนของทางราชการ

ส่วนกรณีข้อร้องเรียนที่ระบุว่าเทศบาลไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับการดำเนินการไว้ตั้งแต่แรกนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่า เทศบาลสามารถโอนหรือปรับเปลี่ยนงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้ โดยประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ร้องทราบ

สำหรับการกำกับดูแลเทศบาลนครหัวหินตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 หากปรากฏการณ์ดำเนินการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงรายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาสั่งการ

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่าเทศบาลนครหัวหินดำเนินการในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย โดยจังหวัดได้ติดตามกำกับดูแลผ่านนายอำเภอหัวหินอย่างต่อเนื่อง