น้ำทะเลหนุนทะลักท่วมตลาดน้ำอัมพวาชาวบ้านอยู่มา60ปีไม่เคยเจอหนักขนาดนี้ น้ำขึ้นถึงชั้นบนบ้าน
น้ำทะเลหนุนสูงเอ่อท่วมตลาดน้ำอัมพวา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังสมุทรสงคราม ชาวบ้านเผยอยู่มากว่า 50-60 ปี ไม่เคยเจอน้ำสูงขนาดนี้ จากปกติท่วมเฉพาะชั้นล่าง แต่ครั้งนี้น้ำขึ้นถึงชั้นบนของบ้าน คาดน้ำทะเลหนุนประจวบกับน้ำเหนือไหลสมทบ
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามยังคงส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะบริเวณตลาดน้ำอัมพวา ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด หลังระดับน้ำในคลองอัมพวาเพิ่มสูงขึ้น เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและบ้านเรือนประชาชนริมคลอง บางจุดน้ำท่วมสูงถึงระดับชั้นบนของตัวบ้าน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
จากการลงพื้นที่พบว่าระดับน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมทางเดินและบ้านเรือนริมคลอง ขณะที่ชาวบ้านต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ครั้งนี้มีระดับน้ำสูงกว่าที่เคยประสบมา
ชาวบ้านรายหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่อัมพวามาประมาณ 50-60 ปี เปิดเผยว่า ตั้งแต่อาศัยอยู่ในพื้นที่ไม่เคยพบเหตุการณ์น้ำท่วมสูงเช่นนี้มาก่อน แม้ทุกปีจะต้องรับมือกับน้ำทะเลหนุนเป็นประจำ แต่โดยปกติน้ำจะเอ่อล้นเข้าท่วมเพียงชั้นล่างของบ้านเท่านั้น ไม่เคยขึ้นมาถึงชั้นบนเหมือนครั้งนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสาเหตุที่น้ำท่วมหนักกว่าทุกปี ชาวบ้านรายดังกล่าวให้ความเห็นว่า น่าจะเกิดจากน้ำทะเลหนุนที่ดันขึ้นมาประจวบกับปริมาณน้ำจากด้านบน ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงกว่าปกติ
ส่วนเมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์น้ำจากการระบายท้ายเขื่อนที่ผ่านมา ชาวบ้านระบุว่า น้ำจากเขื่อนแม้จะทำให้เกิดน้ำท่วม แต่ส่วนใหญ่จะไหลผ่านไปภายในไม่กี่วัน ต่างจากน้ำทะเลหนุนครั้งนี้ที่เกิดน้ำท่วมต่อเนื่อง โดยเมื่อวานน้ำยังท่วมเพียงชั้นล่าง แต่วันนี้ระดับน้ำกลับเพิ่มขึ้นจนถึงชั้นบน เมื่อถามถึงการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ชาวบ้านกล่าวสั้นๆ ว่า “ก็ทำใจ ต้องทำใจกัน” สะท้อนถึงความกังวลของประชาชนริมคลองที่ต้องเผชิญกับระดับน้ำที่สูงผิดปกติ
ทั้งนี้ จังหวัดสมุทรสงครามได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและคลอง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงต่อเนื่องระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุนและน้ำเหนือไหลสมทบ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมป้องกันทรัพย์สินที่อาจได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม





