ให้ตายก็ไม่ออก! ชาวโป่งไผ่ โดนไล่ที่อยู่มา 151 ปี จี้สอบบริษัทดัง อ้างโฉนดพิรุธโผล่ทับป่าสงวนฯ
ปราจีนบุรีแตก! ชาวบ้านโปร่งไผ่กว่า 30 ชีวิต รวมพลังบุกโรงพักกบินทร์บุรี แจ้งความสู้สุดฤทธิ์ หลังถูกบริษัทเอกชนส่งหนังสือไล่ที่ภายใน 15 วัน อ้างครอบครอง นส.3ก. แฉแหลกอยู่มาตั้งแต่รุ่นก๋งรวม 151 ปี ไม่เคยมีใครมาอ้างสิทธิ์ แฉพิรุธตรวจเจอตอ! พบโฉนดบางแปลงออกทับเขตป่าสงวนฯ ยืนยันคำเดียว “ให้ตายก็ไม่ออก!”
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ที่ สภ.กบินทร์บุรี กลุ่มชาวบ้านและผู้นำชุมชนบ้านโปร่งไผ่ หมู่ 6 ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี กว่า 33 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วิฑูรย์ วงศ์ใหญ่ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี เพื่อแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ถูกบริษัทแห่งหนึ่งส่งหนังสือแจ้งเตือน (Notice) ให้ระงับการก่อสร้าง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ขนย้ายทรัพย์สิน และออกจากที่ดินภายใน 15 วัน โดยอ้างสิทธิ์ครอบครองตาม นส.3ก.
นายดาว อายุ 70 กว่าปี อดีต ส.อบต.บ้านนา เผยด้วยน้ำเสียงอัดอั้นว่า ครอบครัวตนและชาวบ้านอาศัยทำกินในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2418 รวมเวลากว่า 151 ปี ตั้งแต่สมัยพื้นที่ยังเป็นป่าดงดิบ การเดินทางต้องเดินเท้าหรือขี่ม้า ไม่เคยมีใครมาอ้างสิทธิ์แม้แต่คนเดียว พอต่อเติมบ้านให้มั่นคง กลับโดนหมายขับไล่เหมือนไร้ความยุติธรรม
ด้าน นางชลิตา ตัวแทนชาวบ้าน ลั่นวาจาสู้ไม่ถอยว่า พวกตนอยู่อย่างเปิดเผยมาเป็นร้อยปี นี่คือบ้านของบรรพบุรุษ ยืนยันคำเดียวว่า “ยังไงก็ไม่ออกเด็ดขาด!” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ที่ดินบริเวณนี้ติดเขตป่าสงวนฯ แต่เหตุใดบริษัทเอกชนที่มีที่ดินนับพันไร่ ถึงสามารถออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อนพื้นที่ได้ ขอให้ภาครัฐเร่งตรวจสอบด่วน

ต่อมาเวลา 20.00 น. ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ นายสุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี และแกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 21 ต.ค. 69 ตนได้ประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้และฝ่ายปกครองลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์ พบข้อพิรุธน่าสงสัย 2 จุดใหญ่ คือ
1. โฉนดเลขที่ 25718 เนื้อที่ 38 ไร่ ทับที่ชาวบ้าน 18 ราย (อยู่นอกเขตป่าสงวนฯ)
2. โฉนดเลขที่ 24783 เนื้อที่ 46 ไร่ ทับที่ชาวบ้าน 7 ราย และพบว่าตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแก่งดินสอ ป่าแก่งใหญ่ และป่าเขาสะโตน
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้แนะนำให้ชาวบ้านรวบรวมรายชื่อและหลักฐานการอยู่อาศัยตั้งแต่อดีตมาลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อใช้อ้างสิทธิ์และสู้คดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ขณะที่ชาวบ้านประกาศพร้อมชนทุกรูปแบบเพื่อปกป้องผืนดินแม่!




