ประธานหอการค้าเชียงใหม่หนุน ‘กระเช้าดอยสุเทพ’ เชื่อมแหล่งท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจขับเคลื่อน
กระเช้าดอยสุเทพ – จากกรณี Mr. Nokholas Prachensky กงสุลกิตติมศักดิ์แห่งสาธารณรัฐออสเตรีย ประจำจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะผู้แทนบริษัท Cable Car Solutions CNX นำคณะเข้าหารือและนำเสนอแนวคิดโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าเส้นทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ต่อผู้บริหารทุกภาคส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า การนำระบบขนส่งด้วยกระเช้าไฟฟ้ามาใช้ในจังหวัดเชียงใหม่ อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวให้ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเส้นทางขึ้นดอยสุเทพ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและศาสนสถานสำคัญของจังหวัด และช่วยลดจำนวนรถยนต์ที่จะเดินทางขึ้น-ลงดอยสุเทพ ลดปัญหาการจราจร ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และลดมลพิษจากไอเสีย สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเชียงใหม่สู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) และเมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City)
ล่าสุด วันที่ 7 พฤศจิกายน นายกอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า คงต้องมองใน 2 ประเด็น คือ มองทั้งในแง่ดีและแง่เสีย โดยส่วนแรกหากมีการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าจริง จะทำให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่หลังจากที่ห่างหายไปนาน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในแง่ของการสร้างสิ่งใหม่ ๆ เพราะจังหวัดเชียงใหม่ขาดการลงทุนในแบบนี้มานานมาก ตั้งแต่การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก และการสร้างเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เรียกว่า หายไปเลยนานกว่า 20 ปี ไม่มีโครงการอะไรมาส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวเลย
หากมีการลงเฟสแรก โดยเริ่มจากจุดสวนสัตว์เชียงใหม่หรือศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติไปยังลานจอดรถวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งไม่ได้สูงไปกว่าตัวองค์พระธาตุเพื่อความเหมาะสม จากนั้นต่อยอดจากวัดพระธาตุดอยสุเทพไปยังพื้นที่ตำบลแม่เหียะ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ สถานที่ตัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเดิม น่าจะเป็นเส้นทางที่เหมาะสมและสวยงามมาก เพราะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้ง่ายขึ้น ถือเป็นรูปแบบที่ดีในการเชื่อมต่อการคมนาคม
ที่สำคัญ เกิดการจ้างงานให้กับคนในพื้นที่มากมาย ทั้งการเปิดจุดจำหน่ายตั๋ว ร้านค้า ส่วนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทางการท่องเที่ยว และช่างซ่อมบำรุง ซึ่งประเทศไทยจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีความรู้ในเรื่องนี้เลย เพราะประเทศไทยยังไม่มีการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าในพื้นที่ใดมาก่อนเลย นอกจากนี้ เมื่อเริ่มต้นที่เชียงใหม่แล้ว ก็อาจจะมีการขยายและต่อยอดไปยังจุดอื่น ๆ ที่เหมาะสมในประเทศไทยต่อไปได้ เพราะต่างประเทศเขาสร้างมาก่อนหมดแล้วกว่า 40-50 ปี ถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ที่ผ่านมา หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่เคยทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 500 คน ประกอบด้วยผู้ประกอบการ ภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศาสตร์ หรือนิด้า พบว่า 87% เห็นด้วย ที่เหลือ 13% ยังมีความกังวลว่าจะกระทบกับร้านค้าชุมชน รถโดยสาร รถสี่ล้อแดง รวมทั้งเกรงว่าจะเป็นการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์บนดอยสุเทพ
“จุดนี้ผมมองว่า หากมองอีกแง่หนึ่ง การก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าดอยสุเทพ หากมีการส่งเสริมและวางแผนให้ดี รถสี่ล้อแดงอาจจะมีการเติบโตขึ้นด้วยซ้ำ เพราะปัจจุบันก็ได้รับผลกระทบจากการที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวนิยมเรียกใช้บริการรถออนไลน์มากกว่าอยู่แล้ว ในขณะที่จุดลานจอดรถดอยสุเทพจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเกิดการเดินทางที่ง่ายขึ้นคึกคักมากขึ้น”
จากการหารือกับ ศ.ดร.ปรีดา พิชยาพันธ์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เป็นผู้วางแผนระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดเชียงใหม่และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ จะเห็นว่า จุดสวนสัตว์เชียงใหม่ และจุดศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จะมีรถอีวีของ อบจ.ผ่าน มีรถแทรมสีแดงที่กำลังดำเนินการผ่าน ถือว่า เชื่อมเส้นทางกันได้พอดี เวลามีการจัดกิจกรรมก็สะดวกไม่กระทบการจราจร ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นระบบ
อนาคตหากก่อสร้างได้จริง และเชียงใหม่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก เราจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมากเพื่อชื่นชมธรรมชาติ ได้ไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพ ได้ชมเมืองเชียงใหม่ในมุมที่ต่างออกไป
ส่วนข้อเสีย น่าจะขอเรียกว่า ความเสี่ยง ในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก็ต้องมีการทำ EIA หรือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมว่า มีการกระทบส่วนใดบ้าง การติดตั้งเสาในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติ แม้จะไม่มากด้วยปัจจุบันมีเทคโนโลยีทันสมัยกว่าสมัยก่อน แต่ก็ต้องมีการตัดต้นไม้แน่นอน ดังนั้นการศึกษาต้องโปร่งใสชัดเจน ต้องวางจุดให้ดี
จะพูดไปทั้ง จีน เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการท่องเที่ยวของเรา เขามีกันมานานมากแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ที่ผ่านมาแทบไม่มีข่าวเลยว่ากระเช้าไฟฟ้าตก เพราะขนาด 4×5 เมตร ความจุจำนวนผู้โดยสารไม่มากแค่ 20-30 คนเท่านั้น เชื่อว่าบริษัทก่อสร้างเขาต้องใช้เทคโนโลยีที่ดี เหมาะสม ปลอดภัย กับพื้นที่ หากมีโอกาสเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ก็สามารถต่อยอดไปยังภาคใต้และภาคอีสานได้ โดยน่าจะเป็นลักษณะการร่วมทุนคงง่ายกว่า
ประมาณ 1-2 สัปดาห์นี้ น่าจะมีการหารือกันในส่วนของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ (กรอ.) เข้าพบนายก อบจ.เชียงใหม่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ รวมทั้งทำความเข้าใจกับกลุ่มการเมืองในพื้นที่ถึงประโยชน์ที่เชียงใหม่จะได้รับจากการมีกระเช้าไฟฟ้า


