ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด ‘อาคารชลพิพัฒน์’ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบ 9 ปี
เมื่อเวลา 17.37 น. วันที่ 28 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารชลพิพัฒน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ครบ 9 ปี สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และ ทอดพระเนตรนิทรรศการผลการดำเนินงานสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ “9 ปีแห่งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสู่ปีที่ 10 เพื่อการวิวัฒนาก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ” ณ อาคารชลพิพัฒน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ถนนติวานนท์ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรีนายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และ ประชาชนเฝ้าฯรับเสด็จ

การนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงศีล พระราชทานพระบรมราชวโรกาส พระราชวโรกาส ให้นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตรแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตรแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

จากนั้นเสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังแท่นพิธีทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายชื่อ “อาคารชลพิพัฒน์” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สร้างอาคารที่ทำการซึ่งมีระยะห่างจากจังหวัดเรือยนต์หลวงฯ ประมาณ 1,730 เมตร บนพื้นที่ภายในกรมชลประทาน (ปากเกร็ด) จังหวัดนนทบุรี เป็นอาคาร 16 ชั้น สูง 72.80 เมตร มีชั้นใต้ดิน 1 ชั้น โดยเริ่มก่อสร้าง เมื่อ พ.ศ. 2562 แล้วเสร็จเมื่อพ.ศ. 2568 และได้รับพระราชทานนามว่า “อาคารชลพิพัฒน์” เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569




เสร็จแล้ว เสด็จเข้าพลับพลาพิธีทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย ในแผ่นศิลา แล้วเสด็จ ฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ
ทรงลาพระสงฆ์ เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังบริเวณที่ปลูกต้นไม้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง




ต่อจากนั้นเสด็จออกจากบริเวณที่ปลูกต้นไม้ เข้าภายในอาคารชลพิพัฒน์ บริเวณโถงชั้น 1 ทอดพระเนตรนิทรรศการผลการดำเนินงานสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ “9 ปีแห่งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสู่ปีที่ 10 เพื่อการวิวัฒนาก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ” 3 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 : จากปฐมบท สู่ 9 ปี แห่งวิวัฒนาก้าวหน้า อันเป็นการเล่าประวัติศาสตร์จากจุดเริ่มต้น สู่อาคารส่วนกลางที่สมบูรณ์แบบสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560 มีชื่อเดิมคือ “สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” หรือ สทนช. เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นหน่วยงานกลางด้านน้ำที่มีเอกภาพ กำหนดนโยบาย และกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติของการจัดการปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และคุณภาพน้ำ มิติของการมีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจากทุกภาคส่วน


โซนที่ 2: “ชลพิพัฒน์” อาคารเพื่อการวิวัฒนาก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบของอาคาร “ชลพิพัฒน์”และเทคโนโลยีรองรับการปฏิบัติงานการออกแบบอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (เช่น การประหยัดพลังงาน ระบบหมุนเวียนน้ำภายในอาคาร) เป็นอาคาร Green Building มีระบบงานวิศวกรรม ไฟฟ้าแสงสว่างและระบบน้ำประปาหมุนเวียนตลอดจนการบำรุงรักษาและระบบงานสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงานและ ภูมิสถาปัตยกรรม โดยมีฟังก์ชันการทำงานของห้องปฏิบัติการน้ำ เพื่อให้ภาพการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลดาวเทียมการพยากรณ์อากาศ คาดการณ์และแจ้งเตือน

โซนที่ 3: เสาหลักการขับเคลื่อนน้ำประเทศ (The Pillars of Water Management) เป็นความสำเร็จในเชิงโครงสร้างนโยบายและการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ อาทิ แผนแม่บทน้ำ 20 ปี: การวางรากฐานเพื่อความยั่งยืน (ความมั่นคงน้ำ, การจัดการน้ำท่วม – ภัยแล้ง, คุณภาพน้ำ) งานด้านกรรมการลุ่มน้ำ: สทนช. มุ่งดำเนินการการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่าน 22 ลุ่มน้ำ ตั้งแต่ระดับพื้นที่จนถึงระดับชาติ ได้แก่ องค์กรผู้ใช้น้ำ คณะกรรมการลุ่มน้ำทั้ง 22 ลุ่มน้ำ จนถึงคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. ที่จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาน้ำในอนาคตของประเทศ และความร่วมมือกับต่างประเทศ (International Cooperation)

โดยการบูรณาการความร่วมมือ ข้ามพรมแดนและการมีส่วนร่วมทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก มีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและข้อตกลงการบริหารน้ำระดับสากล โดย สทนช. ได้ขับเคลื่อนงานด้านการบริหารจัดการน้ำในระดับพหุภาคี ผ่านองค์กรระดับชาติ เช่น สภาน้ำแห่งเอเชีย (AWC) คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) และสร้างความร่วมมือในระดับทวิภาคีกับประเทศต่างๆ ได้แก่ สปป.ลาว สหรัฐอเมริกา เป็นต้น เพิ่มเติมอีกด้วย

เมื่อทอดพระเนตรนิทรรศการเสร็จแล้ว ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิโธย ในสมุดที่ระลึก และทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรด้านทรัพยากรน้ำ ตามลำดับ ทรงรับน้อมเกล้าฯถวายของที่ระลึก จากนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สมควรแก่เวลาเสด็จไปประทับรถยนต์พระที่นั่งเพื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับ




