ทนายเปิ้ล ขอลาออก ยันไว้ใจให้เกียรติ บุ๋ม ปนัดดา รับเครียดสังคมโหดร้ายเกินไป

30.10.26 | 08:55 น.

ทนายเปิ้ล ลาออกมูลนิธิทำดี ยุติการทำงานช่วยเหลือคนอื่น ยันไว้ใจ-ให้เกียรติ บุ๋ม ปนัดดา รับเครียด สังคมโหดร้ายเกินไป ทำดีเสมอตัว พลากพลั้งถูกเหยียบซ้ำ ขอโฟกัสครอบครัว-ธุรกิจตัวเอง

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ทนายเปิ้ล ศิริขวัญ นิลกรรณ์ ที่ปรึกษากฎหมาย และทนายความมูลนิธิองค์กรทำดี ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ขออนุญาตชี้แจงเกี่ยวกับตัวเอง 1 โพสต์นะคะ

เปิ้ลเป็นนักกฎหมาย จบปริญญาตรี โท ธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิต ทำงานในวิชาชีพกฎหมายรักษาจรรยาบรรณวิชาชีพมาอย่างดี และใช้ความรู้ความสามารถในการทำงานจนได้มีโอกาสเข้าทำงานในตำแหน่งสำคัญต่างๆ อีกหลายตำแหน่ง


จากความคิดที่อยากใช้วิชาชีพกฎหมายในการช่วยเหลือสังคม จึงได้มีโอกาสติดต่อกับพี่บุ๋มช่วยดูแลกฎหมายด้านข่มขืน ในสมัยที่พี่เขาทำเรื่องนี้ ตั้งแต่นั้นมาก็รู้จักกัน ไปช่วยงานด้านสังคมต่างๆ กันมาเรื่อยๆ จนพี่บุ๋มชวนมาช่วยในการจัดตั้งมูลนิธิองค์กรทำดี ก็เลยมาช่วยจดทะเบียนจัดตั้งและเป็นคณะกรรมการช่วยดูด้านกฎหมาย

ตั้งแต่ช่วยงานมาส่วนใหญ่ก็ช่วยเคสกฎหมายต่างๆ เวลาคนมาปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือ ทั้งถูกข่มขืน คุกคามทางเพศ เรื่องครอบครัว เด็ก และเคสกฎหมายอื่นๆ โดยไม่เคยคิดค่าใช้จ่ายใดๆ ถือว่าส่วนนี้เป็นการสร้างประโยชน์ทางกฎหมายให้สังคมและทำบุญ

ในเวลาเกิดภัยพิบัติต่างๆ ก็ช่วยแพ็คของ จัดของ ประสานงานถุงยังชีพ ข้าวกล่อง และช่วยเหลือต่างๆ กับทีมกู้ภัยของมูลนิธิ

Advertisement

ในส่วนเอกสารมูลนิธิช่วยดูเวลามีการจดทะเบียน เช่น การย้ายมูลนิธิ การทำมอบอำนาจ รายงานการประชุม ซึ่งปกติเรามีงานที่ยุ่งมากและเลี้ยงลูกๆ 4 คน ก็จะไปช่วยมูลนิธิตามสะดวก ในด้านการเงินเราไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่รู้จริงๆ ว่าจะได้มาเท่าไร จ่ายอะไร ไม่ได้ถามด้วยเพราะเป็นเรื่องที่พี่บุ๋มเขาจัดการ ตัวเองก็ยังเคยบริจาคเข้ามูลนิธิด้วยซ้ำและการก่อสร้างก็เห็นเวลาที่ไปมูลนิธิว่ามีการก่อสร้างอยู่เรื่อยๆ พื้นที่กว้างขวางดี สะดวกในการเก็บของบริจาคและรถ เรือ อุปกรณ์ต่างๆ มากมาย

เมื่อเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นในครั้งนี้ก็ตกใจและเครียดมากเช่นกัน เราเองก็ไว้ใจและให้เกียรติพี่บุ๋ม พี่เขาลงพื้นที่ตลอด ไปชายแดน ไปพื้นที่น้ำท่วม ช่วยคนป่วย ช่วยขนศพ ทุกอย่างพี่บุ๋มถึงก่อนเสมอ คือเราเห็นยังเหนื่อยแทน ไม่ได้ไปคิดเรื่องเงินทองอะไร พยายามช่วยเท่าที่จะทำได้ แทบทุกคนที่มาช่วยกันก็จิตอาสากันทั้งนั้น

มาถึงวันนี้ก็พยายามช่วยดูว่าเกิดปัญหาตรงไหน ยอดเงินเท่าไรอย่างไรจะได้แก้ไขให้ถูกต้องติดตามชดใช้กันมาให้เรียบร้อย และสุดท้ายตัวเองก็จะได้ขอลาออก ยุติการทำงานช่วยเหลือคนอื่นแล้ว สังคมเรามันโหดร้ายเกินไป ทำดีก็แค่เสมอตัว พลาดพลั้งก็เหยียบย่ำซ้ำเติม ขอดูแลครอบครัวลูกๆ และธุรกิจตัวเอง ท้ายที่สุดก็ต้องดูแลตัวเอง ปกป้องและต่อสู้อย่างถึงที่สุด เราทำเพื่อคนอื่นมามาก ช่วยคนมาเยอะ เรามั่นใจในความดี ความบริสุทธิ์ของตัวเอง พิสูจน์ได้ทุกอย่าง ขอสู้เต็มที่เพื่อชีวิตและอนาคตของเราเอง
ขอกำลังใจจากเพื่อนๆ พี่น้องทุกคนด้วยนะคะ คนที่รู้จักเปิ้ลคงรู้และเข้าใจดี

รักทุกคนค่ะ
ทนายเปิ้ล”