โรนัลโด้ร่ายยาว แจงเชซุสผิดสัญญา 2 รอบ ขอให้สหพันธ์ลงโทษตัวเอง แต่ยันยังไม่คิดลาทีมชาติ

7.10.26 | 10:17 น.
Reuters/Jerome Miron/File Photo

โรนัลโด้ร่ายยาว แจงเชซุสผิดสัญญา 2 รอบ ขอให้สหพันธ์ลงโทษตัวเอง แต่ยันยังไม่คิดลาทีมชาติ

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุปเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกสของสโมสรอัล นาสเซอร์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีออกจากแคมป์ทีมชาติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเขาไม่พอใจที่โดนจับเป็นตัวสำรองและไม่ได้ลงสนามในเกมยูฟ่า เนชั่นส์ลีก พบกับนอร์เวย์ และจะไม่ได้เป็นตัวจริงในเกมกับเดนมาร์ก


แข้งดังวัย 41 ปี โพสต์แถลงการณ์ความยาวเกือบ 2,000 คำ ระบุว่า หลังจบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 วางแผนว่าจะเขียนจดหมายถึงชาวโปรตุกีส บอกเรื่องแผนของตนว่าตั้งใจจะเล่นให้ทีมชาติถึงเมื่อไร แต่ประธานสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกสเข้ามาคุย รั้งตัวให้เล่นต่อไปเรื่อยๆ รวมถึงถามความเห็นเกี่ยวกับรายชื่อโค้ชทีมชาติคนใหม่ ในจำนวนนั้นคือ ชอร์เก้ เชซุส ซึ่งก็ตอบไปว่าเชื่อว่าเขาเป็นคนที่เหมาะสม และคิดว่าเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง

ไม่กี่วันต่อมาก็ได้เจอกับเชซุส เขายืนยันว่าตนจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการทำทีม สัญญาว่าจะให้ลงสนามนัดแรกและนัดสุดท้าย และมีการโรเตชั่นนักเตะ 3-4 คนในแต่ละนัด และเสนอว่าตนไม่ต้องเดินทางไปเตะเกมเยือนนอร์เวย์และเดนมาร์ก และเตะนัดแรกที่โปรตุเกสกับรอเตะนัดสุดท้ายในบ้าน ซึ่งได้ปฏิเสธข้อเสนอทันที เพราะต่อให้ไม่ได้ลงสนาม ตนก็ยังเป็นกัปตันทีมชาติ การได้สิทธิพิเศษให้อยู่ที่โปรตุเกสไม่ร่วมเดินทางไปด้วยจะเป็นตัวอย่างไม่ดี ซึ่งโค้ชก็เห็นด้วยกับมุมมองนี้

ก่อนเข้าแคมป์ 1 วัน โค้ชไปหาที่บ้านในลิสบอน การพูดคุยเป็นไปด้วยดี ข้อตกลงทุกอย่างยังเหมือนเดิม ตอนลงสนามนัดแรก ถึงโดนเปลี่ยนตัวก็ไม่มีปัญหา และมอบปลอกแขนต่อให้บรูโน่ แฟร์นานเดส แต่ ณ จุดนี้ ยังไม่คิดว่าจะหยุดทำหน้าที่กัปตันทีมชาติแต่อย่างใด และคิดเพียงแค่ขอให้ทีมคว้าชัยชนะ ก่อนเกมกับนอร์เวย์ โค้ชเรียกไปคุย ขอให้ลงสนามสัก 30 นาที ตอนนั้นตนกำลังโฟกัสที่การฟื้นฟูร่างกาย ไม่คาดคิดว่าต้องลงสนาม แต่ก็ตอบตกลงไป หลังจากนั้นก็อย่างที่ทุกคนรู้ ตนวอร์มอัพช่วงพักครึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ถูกส่งลงสนาม ถือว่าโค้ชผิดคำพูด หลังจบเกม รู้สึกอยากอยู่คนเดียว จึงไม่ได้ไปทักทายแฟนบอลที่ตามไปเชียร์ ซึ่งนั่นเป็นความรับผิดชอบของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว ต้องขอโทษชาวโปรตุกีส และแฟนบอลที่ตามไปเชียร์และไม่ได้เห็นตนด้วย

Advertisement

48 ชั่วโมงหลังจากนั้น ได้คุยกับโค้ช รวมถึงมีผู้อำนวยการกีฬาของอัล นาสเซอร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ข้อตกลงง่ายๆ คือในการแถลงข่าว ให้โค้ชเปิดประเด็นเรื่องนี้และพูดความจริง ให้บอกไปว่าตนไม่ได้เรียกร้องขอลงสนาม แต่เป็นโค้ชที่วางแผนจัดแจงทั้งหมด โดยลิสต์เนื้อหาที่อยากให้พูดไว้ 8 ข้อตามที่ตกลงกัน และไม่ได้บอกเลยว่าให้เขากล่าวขอโทษตน แต่ในงานแถลงข่าว กลับห่างไกลจากข้อตกลงดังกล่าว

นั่นจึงเป็นการผิดคำพูดครั้งที่ 2 ของโค้ช ทำให้ตัดสินใจออกจากแคมป์ทีมชาติก่อนที่เขาจะไม่รักษาสัญญาอีก เพราะมองว่าการรักษาความสัมพันธ์ต่อกันนั้นจำเป็นต้องพูดความจริง ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเลยสักครั้งที่เข้าไปล้วงลูกการตัดสินใจทางเทคนิคของโค้ชคนไหนๆ และทำตามคำสั่งของพวกเขาเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตนติดค้างคำขอโทษเพื่อนร่วมทีมชาติเรื่องออกจากแคมป์ เพราะต่อให้โค้ชผิดคำพูด ก็ไม่ควรทำแบบนี้ และนั่นเป็นความรับผิดชอบของตัวเองล้วนๆ อีกทั้งอยากกล่าวขอโทษชาวโปรตุกีสอีกครั้ง แต่เหตุที่ทำเพราะให้ความสำคัญกับการรักษาคำพูด และมองว่าถ้ายังอยู่กับทีมต่อไปจะเป็นผลเสียกับทีม ซึ่งการกระทำของตัวเองนั้นจะต้องได้รับการลงโทษจากสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส เป็นบทลงโทษตามหลักการโดยไม่มีสิทธิพิเศษเหนือนักเตะคนใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานะกัปตันทีมยิ่งต้องลงโทษให้หนัก กฎต้องเป็นกฎ

ส่วนประเด็นที่มีคนพูดคุยเรื่องการอำลาทีมชาติ รวมถึงข่าวลือว่าสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกสเตรียมแมตช์อำลาไว้ให้แล้วนั้น แน่นอนว่าสิ่งนั้นย่อมมาถึงในสักวัน แต่เวลานี้เมื่อคิดถึงทีมชาติ ก็ยังเป็นความรู้สึกที่ต้องการแข่งขัน และหวนนึกถึงวันที่คุณพ่อเสีย ตอนรู้ข่าว ตนอยู่ในแคมป์ทีมชาติ และตัดสินใจอยู่กับทีมต่อจนจบแมตช์ในวันรุ่งขึ้น เพราะสำหรับทีมชาติแล้วจะทุ่มเททุกอย่างแบบที่ไม่เคยทำให้กับสโมสรไหนๆ ดังนั้น หากสภาพร่างกายยังไหว ยังเล่นให้สโมสรได้ และยังยิงประตูได้ เมื่อพ้นโทษแล้วก็จะพร้อมกลับมาลงสนามให้ทีมชาติอีกครั้ง