ศรีสะเกษพร้อมจัดศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 ยิ่งใหญ่ จับสลากแล้ว ไทย ชน บรูไน อีกคู่ ทาจิกิสถาน พบ โอมาน
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ จังหวัดศรีสะเกษ จัดงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 52 mี่โรงแรมแกลเลอรี่ ดีไซน์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม
ภายในงานได้มีการยืนยันความพร้อมขั้นสูงสุดในทุกมิติ ทั้งการต้อนรับทัพนักเตะจากชาติต่างๆ และแฟนบอล รวมถึงสนามแข่งขัน โดยไฮไลต์สำคัญอย่างการจับสลากประกบคู่รอบรองชนะเลิศ ซึ่งปีนี้มี 4 ชาติเข้าร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย ทีมชาติไทย (เจ้าภาพ) อันดับ 93 ของโลก , ทีมชาติโอมาน อันดับ 81 ของโลก , ทีมชาติทาจิกิสถาน อันดับ 100 ของโลก และ ทีมชาติบรูไน อันดับ 196 ของโลก
บรรยากาศภายในงานได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญมาร่วมประกาศยืนยันความพร้อม นำโดย “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และ นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ
“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ในฐานะนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องบอกว่า มีความรู้สึกดีใจ และ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 ประจำปี 2569 มีโอกาสมาจัดที่จังหวัดศรีสะเกษ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในฐานะหนึ่งในจังหวัดที่มีความรัก ความคลั่งไคล้ และ ความบ้าในกีฬาฟุตบอลมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ต้องขอขอบคุณ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และ ความตั้งใจ ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งนี้อย่างเต็มที่ รวมถึงท่านผู้ว่าฯ และ ทุกภาคส่วนของจังหวัด ภายใต้ความพร้อม และ มาตรฐาน ที่ผ่านการรับรองในระดับนานาชาติ ทั้งในส่วนของสนามแข่งขัน สนามกีฬาเกาะกลางน้ำ สนามฝึกซ้อม และ สถานที่พักต่าง ๆ เชื่อว่า “คิงส์คัพ” ครั้งนี้ จะเป็นหนึ่งในคิงส์คัพ ที่มีความพร้อมรอบด้านมากที่สุด
การแข่งขันคิงส์คัพครั้งนี้ จะแข่งขันในช่วงปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ ระหว่างวันที่ 9-17 พฤศจิกายน เริ่มจากการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน ในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 17 พฤศจิกายน รวมถึงยังได้การรับรองจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ให้เป็นการแข่งขันในระดับ A-Match เป็นที่เรียบร้อย และ มีผลต่อคะแนนสะสม ในฟีฟ่า แรงกิ้ง
ด้านนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เผยว่า เป็นความภาคภูมิใจที่ได้รับเลือกให้เป็นสังเวียน ฟาดแข้งระดับตำนานในครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่าศรีสะเกษเป็นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งวัฒนธรรมอีสานใต้ที่งดงาม และของดีประจำถิ่นอย่างทุเรียนภูเขาไฟ ทางจังหวัดได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือคลื่นมหาชน ทั้งด้านการจราจร ที่พัก และการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อมอบประสบการณ์สุดประทับใจและหวังกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในภูมิภาคให้คึกคัก
ขณะที่ นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ ยืนยันความพร้อมของสังเวียนหลักอย่างสนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ(เกาะกลางน้ำ) ว่าได้รับการอัปเกรดแบบจัดเต็ม ทั้งสภาพผืนหญ้า ระบบไฟส่องสว่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับแฟนบอลด้วยการเปิดระบบจำหน่ายตั๋วเข้าชมที่โปร่งใสทั้งทางออนไลน์และจุดจำหน่ายหน้าสนาม พร้อมมีมาตรการคุมเข้ม ปัญหาตั๋วผี เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามาสัมผัสบรรยากาศได้อย่างเท่าเทียม
สำหรับ ไฮไลต์สำคัญของงานคือพิธีจับสลากประกบคู่รอบรองชนะเลิศ ซึ่งจะแข่งขันในวันที่ 14 พฤศจิกายน โดยผลการจับสลาก มีดังนี้
คู่ที่ 1 โอมาน พบ ทาจิกิสถาน เวลา 16.00 น.
คู่ที่ 2 ไทย พบ บรูไน เวลา 19.30 น.
โดยรอบชิงชนะเลิศจะแข่งขันในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2569 ทีมที่คว้าชัยจะได้ตั๋วทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ในเวลา 19.30 น. ส่วนเกมชิงอันดับที่ 3 เวลา 16.00 น. การแข่งขันทุกแมตช์จะระเบิด ความมันส์ขึ้นที่ สนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ (เกาะกลางน้ำ) ถ่ายทอดสดทางไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32, www.thairath.co.th/tv/live , Facebook : ไทยรัฐทีวี ThairathTV , Facebook : Thairath Sport – ไทยรัฐสปอร์ต, YouTube : Thairath Sport และ แอปพลิเคชั่น TrueVisions Now
สำหรับบัตรมีจำหน่ายตั้งแต่ราคา 200-500 บาท โดยจะเปิดจำหน่ายทางออนไลน์ ทาง https://www.theconcert.com/ ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคมเป็นต้นไป และจำหน่าย ออนไซต์ ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน

