สมาคมฟุตบอลไทย ร่อนแถลงการณ์ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ ปมเดือดต่างชาติ เหยียด ‘ปาร์ค ฮังซอ-บาจโจ้’ จนหวิดวางมวย
ควันหลงเกม พัทยา ยูไนเต็ด เสมอ พลังกาญจน์ เอฟซี 2-2 ในศึกบีวายดี ซีลไฟว์ ลีกสอง 2026/27 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จนกลายเป็นประเด็นร้อน หลังจากเกิดเหตุปะทะคารมกันอย่างดุเดือดหลังจบเกม ขณะที่ พลังกาญจน์ ออกแถลงการณ์ “SAY NO TO RACISM” หลังมีข้อกล่าวหาว่า จอห์น บาจโจ้ ถูกใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม
จากคลิปเหตุการณ์ที่เผยแพร่ออกมา มีช่วงหนึ่งที่ทีมงานสตาฟฟ์เกิดการโต้เถียงกับ ปาร์ค ฮัง-ซอ จนมีการท้าทายให้ชกต่อยกัน หลังจบเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือกรณีของ จอห์น บาจโจ้ โดยฝั่ง พลังกาญจน์ ระบุว่า นักเตะของทีมถูกใช้ถ้อยคำที่สโมสรเห็นว่าเกี่ยวข้องกับการเหยียดเชื้อชาติและสีผิว
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ ประธานสโมสรพลังกาญจน์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่ามีการใช้คำว่า “Monkey” และ “Kimchi” พร้อมมองว่าเป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมและเป็นเรื่องที่ไม่ควรถูกมองข้าม
ประธานสโมสรยังแสดงท่าทีว่า หากเรื่องดังกล่าวไม่ได้รับการดำเนินการอย่างเหมาะสม สโมสรจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงการณ์ เรื่องการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ ในสนามและวงการฟุตบอลทุกรูปแบบ
สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ขอแสดงจุดยืนในการต่อต้านการแสดงพฤติกรรมเหยียดหยามทางชาติพันธุ์ในวงการฟุตบอลทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในสนามแข่งขัน รอบบริเวณสนาม หรือบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นการทำลายสปิริตของเกมกีฬาและเป็นสิ่งที่ไม่ควรมีที่ยืนในวงการฟุตบอล และขอเชิญชวนผู้เกี่ยวข้องร่วมรณรงค์และส่งเสริมการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติในการแข่งขัน เพื่อเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงและยกระดับวงการฟุตบอลไทยให้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฯ ได้มอบนโยบายพร้อมกำชับไปยัง ฝ่ายจัดการแข่งขัน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้ดำเนินการเก็บข้อมูลและนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนโดยทันที
สำหรับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องดังกล่าว โดยได้มีระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาทฯ พ.ศ. 2559 แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ 13) พ.ศ. 2569 บทที่ 3 หมวดที่ 2 ดังนี้
ข้อ 1.9 ด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือ ข่มขู่ หรือการเหยียดผิวหรือเชื้อชาติต่อบุคคลใด ด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย หรือการกระทำอื่นใดซึ่งสื่อถึงความหมายนั้น ทั้งภายในและภายนอกสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ถูกพักการแข่งขัน 1 ถึง 3 นัด และปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 60,000 บาท
ข้อ 2.6 กรณีด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือแสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาติบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย ถูกพักการทำหน้าที่ 2 นัด และจะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 40,000 บาท
ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม เหยียดผิว หรือเหยียดเชื้อชาติด้วยวาจา หรือ แสดงกิริยาก้าวร้าวต่อบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย หรือแสดงพฤติกรรมหรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือต่อบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท หากกระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท
การกระทำตามวรรคแรก หากมีการกระทำโดยผ่านอุปกรณ์ขยายเสียงทุกประเภท หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง 4 นัด
ข้อ 4.5 กองเชียร์ทีมใด หรือกลุ่มบุคคลใด หรือบุคคลใด นำป้ายเชียร์ที่แสดงข้อความยั่วยุ หรือข่มขู่ หรือดูหมิ่นทีมคู่แข่งขัน หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือนำป้ายที่แสดงข้อความอันไม่เหมาะสมต่อสาธารณชน ในลักษณะของการดูถูก ดูหมิ่นหรือลดความน่าเชื่อถือต่อสมาคม หรือบุคคลที่สาม ไปแสดงในบริเวณสถานที่จัดการแข่งขัน องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่เป็นผู้กระทำ และองค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าที่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต้องรับโทษ ดังนี้
ครั้งแรก มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และ/หรือ ห้ามใช้สถานที่จัดการแข่งขันทีมเหย้า 1 นัด
ครั้งต่อไป ปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 100,000 บาท และ/หรือ ห้ามใช้สถานที่จัดการแข่งขันทีมเหย้า 3 นัดและตัด 3 คะแนน
นอกจากนี้ ยังมีระเบียบข้อบังคับว่าด้วยจรรยาสำหรับนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ ในความดูแลของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ 1) พ.ศ. 2565
ข้อ 3 นักกีฬาฟุตบอล และบุคลากรกีฬาอาชีพต้องประพฤติตนตามจรรยา
(3) ใช้วาจาสุภาพและให้เกียรติบุคคลอื่น ละเว้นการให้สัมภาษณ์ การอภิปราย หรือการวิพากษ์วิจารณ์ อันกระทบต่อบุคคลอื่นโดยไม่เป็นธรรม เพราะเหตุแห่งความสามารถ ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ หรือคุณธรรม
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

