อัลคาราซชี้วงการเทนนิสปีหน้าไม่ใช่แค่ตัวเองกับซินเนอร์ขับเคี่ยวกัน 2 คนแล้ว
คาร์ลอส อัลคาราซ นักเทนนิสมือ 3 ของโลกชาวสเปน แสดงความเห็นว่า ในปี 2027 เชื่อว่าวงการเทนนิสชายจะเป็นการขับเคี่ยวกันของนักเทนนิสมากกว่าแค่ตัวเองกับยานนิก ซินเนอร์ คู่ปรับชาวอิตาเลียน หลังจากปีนี้ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ประสบความสำเร็จ สอดแทรกขึ้นมาคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ 2 รายการ จากศึก “เฟร้นช์ โอเพ่น” และ “ยูเอส โอเพ่น” รวมถึงขึ้นเป็นมือ 1 โลกครั้งแรกในการจัดอันดับวันที่ 2 พฤศจิกายน
ก่อนหน้านี้ในปี 2024 และ 2025 มีแค่อัลคาราซและซินเนอร์ที่แบ่งแชมป์แกรนด์สแลมกันอยู่ 2 คน แต่ในปี 2026 ทั้งคู่ต่างประสบปัญหาบาดเจ็บทำให้ลงสนามได้ไม่เต็มที่ และประตูเปิดกว้างขึ้น โดยนอกจากซเวเรฟที่ได้แชมป์แกรนด์สแลมไป 2 รายการ เบน เชลตัน มือ 4 โลกชาวอเมริกัน ก็เข้าชิงรายการแกรนด์สแลมครั้งแรกในศึกยูเอส โอเพ่น ด้วย
อัลคาราซกล่าวว่า ช่วงพรีซีซั่นถือเป็นช่วงเวลาสำคัญมากๆ นักเทนนิสหลายคนให้ความสำคัญกับช่วงดังกล่าวสุดๆ เป็นช่วงที่ต้องซ้อมอย่างเต็มที่เพื่อให้พร้อมสำหรับฤดูกาลแข่งขันที่กำลังจะมาถึง ตอนนี้ซเวเรฟแสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีศักยภาพขนาดไหน เขาเป็นนักเทนนิสที่ดีที่สุดในปีนี้ คู่ควรกับการเป็นมือ 1 โลก มารอดูกันต่อไปว่าเขาจะสานต่อความสำเร็จต่อไปในปี 2027 หรือไม่ ขณะที่เชลตันก็เข้าชิงแกรนด์สแลมเป็นครั้งแรก สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นและกระหายที่จะประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นในปีหน้า นอกจากนี้ยังมีนักเทนนิสอีก 2-3 คน ที่พยายามจะทำท็อปฟอร์มในปีหน้า
อัลคาราซกล่าวต่อว่า ไม่อยากให้สื่อหรือใครมองในมุมว่าปีหน้าจะเป็นการขับเคี่ยวระหว่างตนกับซินเนอร์และพวกที่เหลือ มารอดูกันว่าใครจะไปถึงตรงนั้นบ้าง เชื่อว่าจะมีหลายคนที่ก้าวขึ้นมาอยู่ตรงนั้น
สำหรับปีนี้ อัลคาราซคว้าแชมป์ “ออสเตรเลียน โอเพ่น” เมื่อต้นปี เป็นแกรนด์สแลมที่ 7 ของเจ้าตัว แต่หลังจากนั้นมีปัญหาเจ็บข้อมือจนต้องพักยาวกว่า 4 เดือน หลังกลับมาแข่งขันในศึก “ยูเอส โอเพ่น” เขาก็คว้าแชมป์ได้ 2 รายการที่โตเกียวกับเวียนนา ขณะที่ซินเนอร์ได้แชมป์ “วิมเบิลดัน” แต่มีปัญหาบาดเจ็บจนประกาศว่าจะไม่กลับมาแข่งอีกในฤดูกาลนี้

